E-N-V-Y part 013
posted on 28 Aug 2008 22:49 by archifiction in ENVYFiction < E-N-V-Y >
Cast < Nakamaru Yuichi > < Yamashita Tomohisa >
< Akanishi Jin > < Kamenashi Kazuya >
< Nishikidu Ryo > < Uchi Hiroki >
Part 013
By < archi_10_001 >
“คิดถึงยูจังเลยค่ะ ไม่แวะไปหามิจิโกะบ้างเลยนะคะ กลับมาตั้งนานแล้ว...แฟนมิจิโกะใจร้ายจริง” หญิงสาวร่างอวบเอ่ยบอกคนรักด้วยท่าทางกระเง้ากระงอด ก่อนจะหอมแก้มร่างสูงเจ้าของอ้อมแขนแข็งแรงนั่นเข้าให้เต็มฟอด
“โทษที ผมกลับมาก็ต้องเข้าไปเคลียร์งานที่ค้างๆเอาไว้ คุณก็มาหาผมแล้วนี่ไง ที่รัก” ยูอิจิหอมแก้มกลับพลางกล่าวขอโทษคนรักแบบขอไปที เจ้าตัวไม่ได้คิดจริงจังกับผู้หญิงคนนี้สักเท่าไหร่ เพียงแต่คบไว้เป็นคู่ควงในเวลาที่ต้องออกงานสังคมบางครั้งเท่านั้น ครั้นจะแสดงท่าทีเหนื่อยหน่ายก็ไม่ใช่วิสัยตน เพราะอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นผู้หญิง...
“คุณแม่ไปไหนเสียล่ะคะ มิจิโกะเตรียมของฝากจากปารีสมาให้ค่ะ หวังว่าท่านคงชอบมัน” หญิงสาวเอ่ยบอก ก่อนจะชะเง้อหาผู้ที่ตนเพิ่งเอ่ยถึง พร้อมชูถุงของฝากที่ว่าให้ชายหนุ่มดู ตั้งแต่เข้ามาในบ้างหล่อนก็ยังไม่เห็นคุณนายนากามารุเสียที
“ท่านอยู่ด้านใน สักครู่คงออกมา ท่านต้องชอบของฝากจากคุณแน่” ร่างสูงว่าอย่างนั้น แขนแข็งแรงข้างหนึ่งปล่อยเอวขอดนั้นออกแล้ว แต่อีกข้างยังรัดรั้งเอาไว้ด้วยเคยชิน ยิ้มหน่อยๆเมื่อคิดว่าจะแกล้งยัยตัวแสบของตนอย่างไร
“อืม....เหรอคะ แล้วทำไมท่านมาอยู่เรือนยูได้ล่ะ ปกติไม่เห็นท่านจะออกจากเรือนหลังใหญ่” ร่างบางเอ่ยถามด้วยความสงสัย หล่อนคบหากับทายาทนากามารุคนนี้มากว่าปี มาพักค้างแรมที่นี่ก็หลายครั้ง ไม่เคยมีสักครั้งที่แม่ใหญ่ของชายหนุ่มจะเยื้องย่างออกห่างเรือนที่พำนักของตน ครั้งนี้คงมีอะไรพิเศษ...นั่นสิ อะไรที่ทำให้แม่ใหญ่แห่งนากามารุมาอยู่ที่เรือนของลูกชายคนโตอย่างยูอิจิได้
“เรื่องนี้คุณคงต้องรอถามท่านเอง เดี๋ยวคงออกมาแล้ว นั่งทานน้ำสักหน่อย ยืนนานๆเดี๋ยวเมื่อยเสียเปล่าๆ” ร่างสูงกล่าวเมื่อเห็นว่าสาวใช้ในเรือนยกน้ำส้มคั้นของโปรดมาวางให้คนรักของตนที่โต๊ะ ก่อนจะพยุงร่างอวบอัดนั่งลงบนฟูกนิ่มกลางห้อง
....
มิจิโกะนั่งรอคุณนายนากามารุอยู่อย่างนั้นได้สักพักใหญ่ภายในห้องรับรองนั้น ซึ่งร่างสูงที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักนั่นก็ไม่ค่อยจะให้ความสนใจกับการมีตัวตนของหญิงสาวสักเท่าไหร่ แต่มิจิโกะก็ไม่ได้สนใจอะไรกับชายหนุ่มช้างกายตนเช่นกัน เรื่องที่น่าสนใจในตัวชายหนุ่มผู้นี้...สำหรับหล่อนมีเพียงแค่ ‘อำนาจและสมบัติของนากามารุ’ ก็เท่านั้น...ในที่สุดคนที่ทั้งสองนั่งรออยู่
“อ้าว....คุณแม่ออกมาแล้วค่ะ ไปค่ะ มิจิโกะจะได้อวดของฝากเสียหน่อย” ร่างบางรั้งชายหนุ่มข้างกายให้ลุกขึ้นเพื่อจะเดินเข้าไปทักทายเจ้าของบ้านอย่างเป็นทางการ หญิงสาวปั้นหน้ายิ้มหวานให้คุณนายนากามารุทันทีที่ได้เจอกัน
“อืม....พาผู้หญิงขึ้นเรือนอีกแล้วนะ เจ้ายู...ไม่คิดจะขออนุญาตแม่เลยรึไงกัน” คุณนายนากามารุเอ่ยขึ้นเพียงแผ่วเบา นางไม่เคยคิดจะจำกัดอิสรภาพของลูกๆ เพียงแค่นางไม่ชอบผู้หญิงคนนี้...นางไม่ได้โง่จนดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรจากลูกชายคนโต พอๆกับลูกชายคนโตของนางนั้นไม่ใช่คนโง่เช่นกัน
“.....” ท่าด้านยูอิจิก็ไม่ได้ว่าอะไร ชายหนุ่มพอจะดูออกว่าแม่ขแงตนนั้นไม่ค่อยชอบมิจิโกะสักเท่าไหร่ ...จะว่าไปแล้ว....แม่ของเขาไม่เคยชอบผู้หญิงของเขาเลย น่าจะถูกกว่า... ชายหนุ่มไม่ได้สนใจในเรื่องนั้น เรื่องน่าสนใจมากกว่าดูเหมือนว่าจะเป็นเด็กหนุ่มที่แม่เขาพาออกมาจากห้องด้วยมากกว่า
ขอบตาแดงช้ำ ซ้ำมือข้างหนึ่งของคุณนายนากามารุยังจับรั้งมือเล็กๆนั่นเอาไว้แนบแน่น ท่าทางอย่างนั้นไม่เคยเกิดขึ้นกับใคร นอกเสียจากฮิโรกิ น้องชายคนเล็กของตระกูลเท่านั้น แล้วนี่แม่เขาจะพายัยตัวแสบนี่ไปไหน
“แม่จะพายัยหนูไปค้างที่เรือน” คุณนายนากามารุกล่างสั้นๆเพียงเท่านั้น มือข้างหนึ่งจับยึดเอามือเล็กๆของยามาพีออกมาด้วยกัน โดยไม่ได้สนใจเจ้าของเรือนเลยแม้แต่น้อย ยิ่งมาเห็นท่าทางของ ‘มิจิโกะ’ อย่างนี้ นางก็พอจะเดาได้ว่า ค่ำคืนนี้จะเป็นเช่นไร....เด็กน้อยของนางคงเจ็บปวดไม่ใช่น้อย ซึ่งนางไม่ต้องการที่จะให้เป็นเช่นนั้น
“.....” ยูอิจิกำลังจะรั้งเอาไว้ ชายหนุ่มไม่พอใจนักที่แม่ของตนเข้ามาก้าวก่ายเรื่องของเจ้าเด็กแสบนี่ แต่อีกเสียงกลับดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“อะ....เออ คุณแม่คะ นี่ค่ะของฝากจากปารีส น้ำหอมค่ะ...หวังว่าคุณแม่คงชอบ” หญิงสาวทำเป็นไม่สนใจกับคำพูดเมื่อสักครู่ ก่อนจะหยิบยื่นของฝากที่เจ้าตัวสรรหามาจากแดนไกล น้ำหอมอย่างดีจากปารีส
“เจ้าว่ากลิ่นนี้เหมาะกับแม่รึเปล่า ยัยหนู” คุณนายนากามารุไม่แม้จะปรายตามอง หล่อนเพียงแค่เอ่ยถามถึงความเหมาะสมเอากับเด็กหนุ่มข้างกายนี่เสียอีก ทำเอาคนที่เหลืองงไปเหมือนกันกับคำถามข้อนี้
“อะ....เอออ....คะ....คือ.....” ร่างบางข้างกายเอ่ยตอบตะกุกตะกัก เรื่องน้ำหอมนั้นจัดว่าเป็นเรื่องที่ตนศึกษาอยู่ อาจเป็นเพราะเรื่องที่เจ้าตัวเป็นภูมิแพ้อะไรนั่นด้วย ทำให้ประสาทสัมผัสบางส่วนถูกกระตุ้นได้ง่าย ทั้งผู้เป็นพ่อก็ยังให้ความสนับสนุนทันทีที่รู่ว่าลูกชายคนโตนั้นมีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้
“ว่าไงล่ะ ยัยหนู แม่เชื่อใจเจ้าทีเดียวนะ เรื่องนี้” คุณนายนากามารุสำทับให้อีกที เมื่อเห็นท่าทางอึกอักของร่างบางข้างกาย นางพอจะรู้มาบ้างเรื่องที่ยามาชิตะคนพี่มีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องของน้ำหอม กับคำถามครั้งนี้ นอกจากที่นางจะได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้นแล้ว....ยังเป็นการช่วยกันผู้หญิงคนนี้ได้อีกทางด้วย...
“อะ...อืม คือ "SUD PACIFIQUE" สำหรับกลิ่นนี้เป็นกลิ่น AMOUR DE CACAO ซึ่งเป็นกลิ่นหอมจากช็อกโกแลต ที่เข้มข้น โทโมะคิดว่าไม่เหมาะกับนายแม่นัก นายแม่ไม่ชอบช็อกโกแลต อ้า....สำหรับนายแม่น่าจะเป็นกลิ่น BOIS DE FILAO มากกว่าฮะ ซึ่งจะให้ความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย......” ยามะพีเล่าไปเรื่อยๆเกี่ยวกับสรรพคุณของกลิ่นที่ตนแนะนำ ซึ่งนั่นก็ทำให้คุณนายนากามารุปกปิดท่าทางดีใจของตนเอาไว้ไม่มดเลยทีเดียว
“.....หึ.....” เสียงถอนหายใจหมิ่นๆดังมาจากชายหนุ่มที่ยังคงโอบกอดร่างของหญิงสาวข้างกายตนเอาไว้แนบชิด ยูอิจิไม่ค่อยสบอารมณ์นักกับการที่ร่างบางนี้มาหักหน้าแฟนตนต่อหน้าผู้เป็นแม่อย่างนี้ แต่นั่นยังเป็นที่น่าสนใจเท่ากับท่าทีที่แม่ของเขาแสดงออกถึงความเอ็นดูที่มีต่อเด็กหนุ่มข้างกาย
“ฉันไม่ต้องการมัน ปะ....เราไปกันเถอะ โทโมะ” คุณนายนากามารุเอ่ยเพียงเท่านั้นก็เดินนำร่างบางออกมาทันที ร่างบางทำได้เพียงแค่เดินตามออกมาเงียบๆเท่านั้น ดวงตากลมโตหลุบต่ำเมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาจากเจ้าของเรือนที่ยังคงจับจ้องมาที่ตนทุกระยะ
....
ภายในห้องรับรอง....ห้องนั้นมีไว้เพื่อต้อนรับลูกชายคนรองของบ้านนากามารุอยู่แล้ว เพียงแต่ครั้งนี้ต่างออกไป จินไม่ได้เข้ามาอยู่ที่นี่เพียงคนเดียวอย่างที่ผ่านมา ครั้งนี้ยังมี คาเมนาชิ คาซึยะ ว่าที่ภรรยาติดสอยห้อยตามมาด้วยอีกคน
“ไง...ห้องนี้สวยรึเปล่า แคบไปหน่อย ไว้ครั้งหน้าจะบอกแม่ใหญ่ให้เปลี่ยนห้อง ปกติฉันมาพักที่นี่คนเดียว” จินเอ่ยถามเจ้าตัวเล็ก ที่ดูเหมือนจะตื่นตาตื่นใจกับห้องพักเอามากๆ จ้องดูเครื่องเรือนภายในห้องตาไม่กระพริบเลย
ภายในห้องนั้นไม่มีเคื่องประดับตกแต่งอะไรมากมาย เพราะชายหนุ่มเจ้าของห้องไม่ค่อยได้มาเข้าพักบ่อยครั้ง...ครั้งละนานๆอย่างน้องชายคนเล็ก หรืออยู่เป็นหลักเป็นแหล่งเหมือนกับพี่ชายคนโต ข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องจึงมีเพียงแค่สิ่งที่จำเป็นเท่านั้น แต่ก็สะดวกสบายอยู่ในตัวของมันอยู่พอสมควร
“เอ๋....พักคนเดียวเหรอฮะ ไหงมันกว้างขนาดนี้ กว้างกว่าห้องผมบ้านตั้งเยอะ” ร่างบางท้วงขึ้นเบาๆ แต่สายตาทั้งคู่ยังคงสำรวจห้องนั้นไปเรื่อยๆ ความจริงการที่ห้องพักของชายหนุ่มด้านหลังจะใหญ่โตอย่างที่เห็นนี่ก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจนัก เพราะทั้งเรื่องอำนาจรวมไปถึงเรื่องของเงินทอง อาคานิชิก็มีมากกว่ายามาชิตะตั้งไม่รู้กี่เท่า
“เหอๆ....คงเพราะฉันตัวใหญ่กว่าคาซึยะละมั้ง” จินแซวร่างบางเข้าให้ ก่อนจะเดินเข้ามาสวมกอดร่างเล็กๆนั่นเอาไว้จากทางด้านหลัง รู้หรอกว่าอีกฝ่ายเริ่มมีอาการตึงๆ กับคำพูดเมื่อสักครู่ของตนเสียแล้ว การสวมกอดจากทางด้านหลังเช่นนี้ทำให้เจ้าตัวเล็กนั้นป้องกันตัวเองได้ยาก....
“คุณจินตัวโตเกินไปต่างหาก” ร่างบางท้วงขึ้นอีกครั้ง ยอมรับอ้อมกอดจากคนร่างสูงแต่โดยดี เพราะรู้ดีว่าถึงแม้จะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่มีท่าที่จะหลุดออกไปจากอ้อมแขนแข็งแรงนี้ได้ สู้อยู่นิ่งๆป้องกันตัวเองเท่าที่จะทำได้....นั่นคงเป็นหนทางทีดีกว่า
“ให้คุณจินกอดอย่างนี้อีกสักพักนะ คาเมะจัง” ชายหนุ่มร่างสูงซึ่งยังคงเกาะหนึบกอดแน่นอยู่ด้านหลังร่างบางเอ่ยขึ้น ก่อนจะกดริมฝีปากของตนลงบนแก้มนิ่มๆนั่นครั้งหนึ่ง แล้วจึงกระชับอ้อมกอดของตนให้แน่นขึ้นอีก
“คะ.....คุณจิน” ร่างบางเอ่ยท้วงเพียงเท่านั้นก็ชะงักไป ร่างทั้งร่างถูกกอดรัดแนบแน่นเสียจนร่างบางไม่กล้าขยับกายไปไหน ยืนนิ่งให้อีกฝ่ายกอดรัดกระชับแน่นอยู่อย่างนั้น ไม่เคยสักครั้งที่คาเมะจะได้สัมผัสอารมณ์อย่างนี้ของ....อาคานิชิ จิน
....
“เจ้ารู้ได้ยังไงว่าแม่ไม่ชอบช็อคโกแล็ต....” นางเอ่ยถามเจ้าตัวเล็กยิ้มๆ ขณะที่ทั้งคู่เดินตามกันออกมาจากเรือนลูกชายคนโต นางอยากรู้เหมือนกันว่าเจ้าตัวเล็กนี่ไปรู้มาจากไหนว่านางไม่ชอบช็อกโกแล็ต
“เออออ....คือ โทโมะจำได้ว่าเคยไปซื้อของขวัญให้ญาติผู้ใหญ่ของฮิโระอยู่ครั้งหนึ่ง ‘ฮิโระเคยบอกว่านายแม่ไม่ชอบช็อกโกแลต’ ฮะ” ร่างบางตอบคำถามตามความเป็นจริง เขาเคยไปเลือกซื้อของขวัญกับฮิโรกิ...แล้วก็จำได้ดีเลยว่าเพื่อนตัวดีบรรยายสรรพคุณของนายแม่เอาไว้อย่างไรบ้าง....ครั้งนั้นเขาก็ช่วยเลือกน้ำหอมกลิ่นที่ว่านี้ให้นายแม่....แล้วเขาก็แน่ใจว่านายแม่ยังใช้มันอยู่ถึงทุกวันนี้
“กลิ่นนั้นแม่ก็ยังใช้อยู่นะ แม่ชอบกลิ่นนั้นอย่างที่เจ้าว่าจริงๆนั่นแหละ เจ้านี่เก่งจริง” คุณนายนากามารุเอ่ยบอกอย่างตรงไปตรงมา สำหรับเด็กคนนี้นางไม่จำเป็นต้องปิดบังแต่อย่างใด งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอ ‘ยัยหนู’ ที่ห้องๆนั้น....นางก็รู้สึกเหมือนกับว่า ‘นี่แหละ...ลูกอีกหนึ่งคนของนาง’
“โทโมะดีใจฮะที่นายแม่ชอบ ถ้ามีโอกาสโทโมะจะเลือกให้นายแม่ลองใช้อีกสักกลิ่น สองกลิ่น เผื่อว่านายแม่จะชอบ” ร่างบางเอ่ยตอบกลับด้วยรอยยิ้มสดใส การที่ได้อยู่ ได้พูดคุยกับคนๆนี้...มันคล้ายว่าเขาได้ใกล้ชิดและพูดคุยกับผู้เป็นแม่ที่จากไปเมื่อนานแสนนาน
“เจ้ายิ้มสวย หัดยิ้มเอาไว้มากๆ....ต่อไปข้างหน้า เจ้าจะได้ใช้มันกับ ‘เจ้ายู’ แน่นอน” นางกระเซ้า คนที่เลี้ยงยูอิจิมาตั้งแต่เกิด มีหรือที่จะมองไม่ออกว่า ‘ยัยหนู’ คนนี้มีอิทธิพลต่อยูอิจิมากแค่ไหน....แล้วกับการที่ได้พูดคุยกับ ‘ยัยหนู’ คนนี้ตลอด 2 ชั่วโมงเมื่อครู่...ก็ทำให้นางมั่นใจได้ว่า ลูกชายของนางก็คงมีอิทธิพลกับเด็กคนนี้ไม่น้อยไปกว่ากันเลย....เพียงแต่ทั้งคู่อาจจะยังไม่สามารถที่จะยอมรับกับความรู้สึกนั้นได้
“อ๊ะ.....เอ๋.....นายแม่” ยามะพีท้วงออกมา...เสียงที่เปล่งออกมานั้นดังอยู่เพียงแค่ในลำคอเท่านั้นด้วยความที่เจ้าตัวกำลังตกใจกับคำกระเซ้าเมื่อสักครู่ แขนเรียวเล็กนั้นกระตุกหน่อยๆก่อนจะคลายออกเมื่อร่างบางปรับอาการตกใจนั้นได้เข้าที่เข้าทาง
“อย่ามาเถียงแม่....เจ้ารักลูกชายของแม่ อย่างนั้นไม่ใช่รึ” คุณนายนากามารุถามออกไปตรงๆ นางเองก็ไม่มั่นใจนักว่าอีกฝ่ายจะกล้าตอบออกมาอย่างที่ตัวเองรู้สึกรึเปล่า แต่ถึงอย่างนั้น...นางก็อยากที่จะเสี่ยงกับการเอ่ยถามออกไปตรงๆอย่างนั้น....เพราะคนที่จะก้าวขึ้นมานั่งในที่ๆเคยเป็นของนางนั้น...ควรที่จะมีคุณสมบัติข้อนี้.... ‘กล้าทำ....กล้ารับ’
“โท.....โทโมะ......โทโมะ....” ร่างบางชะงักค้างอย่างนั้นไปอยู่ครู่หนึ่ง กว่าจะหาเสียงของตนเจอ ร่างบางพยายามที่จะหาคำตอบเพื่อที่จะมาอธิบายและตอบคำถามจากคนตรงหน้า....เพราะแม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังไม่แน่ใจกับความรู้สึกนั้นของตนเลยสักนิด
....แล้วจะให้ตอบคำถามนั้นได้อย่างไรกัน....
....แล้วจะให้เขาตอบคำถามนั้นว่าอะไร....
....เขารัก ‘นากามารุ ยูอิจิ’ อย่างนั้นหรอกหรือ....
....
กลางสวนภายในรั้วกั้นอาณาเขตของนากามารุ ผู้คนยังคงวุ่นวายอยู่กับการจัดเตรียมงานเฉลิมฉลองที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 2 วันข้างหน้า ไม่เว้นแม้แต่ร่างบางลูกชายคนเล็กแห่งนากามารุ เจ้าตัวรับหน้าที่เป็นพ่องานยังคงง่วนอยู่กับการจัดลำดับการดำเนินงานต่างๆอยู่ตั้งแต่เช้า....ทั้งยังมีผู้ช่วยจำเป็นคอยจัดนั้นจัดนี่อยู่ไม่ได้ห่าง
“นี่มันเย็นแล้วนะคุณ พักไว้ก่อนดีกว่าน่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อ อีกเดี๋ยวน้ำค้างก็จะลงแล้วนะ ระวังจะไม่สบายเอา” ร่างหนาเอ่ยเตือนพ่องานด้วยความเป็นห่วง ตั้งแต่เช้าเขายังไม่เห็นอีกฝ่ายได้พักกับคนอีกเลยสักนิด จะมีก็แต่เดินเข้าไปหาเรื่องผู้หญิงคนนั้นนั่นแหละที่ดูเหมือนว่าร่างบางได้ผ่อนคลายลงเสียหน่อย
“ไม่เห็นรึไงว่ามันยังเหลืออีกตั้งเยอะ งานเดินช้าจริง ไม่รู้จะอะไรกันนักกันหนา” ฮิโรกิบ่นขึ้นมา เจ้าตัวต้องการให้งานรั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าที่ผ่านมา เพราะงานครั้งนี้จะเป็นงานเปิดตัวว่าที่นายหญิงแห่ง อาคานิชิ เลยทีเดียว ครั้นจะให้ธรรมดาๆก็คงไม่ได้หรอก....
“ผมไม่เห็นว่ามันจะเหลือเยอะตรงไหน เหลือแค่จัดดอกไม้สดในส่วนขอเวที แล้วก็ส่วนที่อยู่ด้านหน้างาน อืม...ที่เหลือก็ต้องจัดการก่อนจะเริ่มงานทั้งนั้น เข้าบ้านกันเถอะ” เรียวค้านเสียงเรียบ ชายหนุ่มพอจะรู้กำหนดการณ์ต่างๆภายในงานอยู่บ้าง และก็ช่วยร่างบางเจ้าของงานนี่อยู่พอสมควร เขาไม่เห็นว่ามันจะล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็นอย่างที่ร่างบางบอกตรงไหน
“อย่างเถียง ฉันเป็นคนทำงานทั้งหมด เพราะฉะนั้นฉันย่อมเป็นคนที่รู้ดีที่สุด” ฮิโรกิไม่ยอมเรียวง่ายๆ ร่างบางแย้งขึ้นอย่างดื้อดึง ไม่ชอบใจที่อีกฝ่ายเข้ามาสั่งโน้นสั่งนี่เหมือนตนเป็นเด็กๆ ทั้งที่ความจริงตนแก่กว่าอีกฝ่ายเกือบ 3 ปี....เห็นจะได้
“แต่ตอนนี้จะมืดแล้ว จวนจะถึงเวลาทานมื้อเย็นแล้วด้วย คุณแม่คุณรออยู่ด้านใน น้ำค้างก็เริ่มลงแล้ว....ที่สำคัญ ผมเป็นห่วงคุณ รีบเข้าไปด้านในกัน” เรียวแย้งบ้างด้วยเหตุผลที่เจ้าตัวพยายามสรรหามา ก่อนจะตบท้ายด้วยเรื่องที่สำคัญอย่างที่เจ้าตัวอ้าง
ร่างหนาออกแรงดึงรั้งเรียวแขนบอบบางให้เดินตรงเข้าเรือนอย่างที่เจ้าตัวต้องการ ไม่สนใจเสียงบ่นระคนด่าของคนข้างหลัง ทั้งยังไม่สนใจสายตาคนรอบข้างที่หันมามองด้วยประโยคเมื่อสักครู่ที่ตนเองบอกออกไป
“.......หน้าไม่อายที่สุด” ร่างร่างจนด้วยปัญญาจะต่อล้อต่อเถียง ยิ่งคำพูดเมื่อครู่ของเด็กหนุ่มไม่ได้เบานัก คนรอบข้างต่างก็มองมาที่เขาทั้งสองด้วยวามสนใจ ฮิโรกิจึงได้แต่เดินตามแรงจูงของอีกฝ่ายเข้าด้านในเท่านั้น แต่ก็ยังไม่วายบ่นกระปอดกระแปดตามหลังไปเรื่อยๆ
....
ภายในเรือนใหญ่ สำรับอาหารถูกจัดเตรียมมาเป็นที่เรียบร้อยเพื่อตอนรับแขกคนสำคัญของบ้าน...แน่นอน บางคนก็ไม่ใช่ คนในเรือนต่างรู้ถึงนิสัยคู่ควงของยูอิจิ ทุกอยางจึงถูกจัดเตรียมสำหรับมิจิโกะไว้โดยเฉพาะ
“อ๊ะ....คุณโทโมะ” คาซึยะร้องอุทานออกมาทันทีที่ได้เห็นพี่ชายต่างมารดาของตนนั่งร่วมสำรับอยู่ก่อนหน้า ยามะพีถูกจัดที่นั่งไว้เคียงข้างกับนายหญิงแห่งนากามารุ ทำให้คนภายในตางก็เข้าใจสถานภาพของยามะพีได้อย่างดี
“คาซึยะ....อ๊ะ....สวัสดีฮะ สวัสดีฮะจิน….” ยามะพีร้องทักน้องชายของตนบ้าง ก่อนจะโค้งทักทายคนที่เดินเข้ามาเคียงข้างด้วยร้อยยิ้มน่ารัก เจ้าตัวไม่ได้ตกใจอะไรมากนักเนื่องด้วยคุณนายนากามารุเกรินนำเรื่องของทั้งคู่มาก่อนหน้านั้นแล้ว
“สบายดีรึเปล่าโทโมะ....เราไม่ได้เจอกันเลยนะ” จินทักทายเพื่อนน้องชายด้วยรอยยิ้มเช่นกัน ร่างสูงพอจะดูออกว่าแม่ใหญ่ของตนให้ความสำคัญกับคนๆนี้มากเพียงใด ถึงขนาดให้นั่งอยู่ข้างกายขนาดนี้คงถูกใจเอามากๆ....
....ไม่รู้ว่ายามะพีไปทำอะไรเอาไว้ แม่ใหญ่ถึงได้ให้ความเอ็นดูขนาดนี้....
“คาซึยะ เข้ามานั่งข้างๆพี่ชายสิ ท่าทางเจ้าทั้งสองคนมีเรื่องต้องคุยกันอีกมาก” คุณนายนากามารุเรียกร่างบาง ว่าที่ลูกสะใภ้คนรองของตนให้นั่งลงเคียงข้างยามะพี ซึ่งคาซึยะก็ยอมเดินมานั่งทันทีอย่างไม่มีอิดออดด้วยอยากพูดคุยกับผู้เป็นที่ชายอยู่แล้ว
“คะ....คุณโทโมะ....” คาซึยะเอ่ยเรียกผู้เป็นพี่ชายอีกครั้ง พร้อมกับยื่นมือออกไปกอบกุมมือเรียวเล็กของพี่ชายตนเอาไว้ เจ้าตัวพอจะรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง...สำหรับพี่ชายต่างมารดาของตน
“ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว....ขอบใจที่เป็นห่วง...” ยามะพีหันไปยิ้มตอบรับน้องชาย รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาสักหน่อยเมื่อได้รับรู้ถึงสัมผัสอบอุ่นจากอุ้มมือเล็กๆนั้น.... แต่ถึงปากจะเอ่ยตอบกลบมาพร้อมรอยยิ้มหากมือเรียวบางนั้นกลับกระชับแน่นขึ้นมาทันทีที่เห็นว่าใครกำลังเดินเข้ามายังห้องอาหาร
“นายมาสาย....ยูอิจิ....อ้าว.....สวัสดีครับ มิจิโกะ ไม่ค่อยได้เจอกันเลย....สบายดะครับ” ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากน้องชายคนรองของบ้าน ที่เอ่ยขึ้นทันทีเมื่อเห็นพี่ชายคนโตกำลังเดินตรงมายังห้องอาหาร ก่อนจะกล่าวทักทางร่างบางอวบอัดที่ยืนอยู่เคียงข้างที่ชายตนด้วยความคุ้นเคย
“ค่ะ....คุณจิน มิจิโกะกำลังต่อว่ายูอยู่เลยค่ะ กลับมาจากอังกฤษตั้งนาน ไม่ยอมติดต่อหามิจิโกะบ้าง ยินดีด้วยค่ะ เรื่องงานแต่ง....มิจิโกะไม่พลาดงานครั้งนั้นแน่ค่ะ” หญิงสาวตอบพลางแสดงท่าทีกระเง้ากระงอดชายหนุ่มข้างกาย ก่อนจะออกตัวแสดงความยินดีกับจินในเรื่องงานแต่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน
“ขอบคุณครับ งานนี้ถ้ามีโอกาสผมจะไปเชิญมิจิโกะด้วยตัวเองนะครับ” จินโค้งรับคำอวยพรของหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม ติดใจท่าทางของพี่ชายอยู่นิดหน่อย เมื่อจับสังเกตได้ว่ายูอิจิไม่ได้ให้ความสำคัญกับหญิงสาวข้างกายนี้เลยแม้แต่น้อย
ส่วนทางด้านยูอิจิไม่ไดสนใจกับท่าทางกระเง้ากระงอดหรือออดอ้อนของหญิงสาวข้างกายเลยสักนิดชายหนุ่มกำลังสนใจร่างบางที่นั่งนิ่งอยู่ข้างๆแม่ของตนเสียมากกว่า ขัดใจไม่น้องที่อีกฝ่ายไม่ยอมสบสายตากับตน
ยูอิจิโค้งรับกางทักทางของว่าที่น้องสะใภ้ตนเลยน้อย เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวไม่สามารถลุกออกมาทักทายตนตามมารยาทได้ แต่สายตาคมยังคงจับจ้องไปที่ร่างบางนั้นไม่ขาด ร่างสูงไม่สนใจสายตาของผู้เป็นแม่ที่จับจ้องมาเสียด้วยซ้ำ
“นั่งสิเจ้ายู จินด้วย....จะยืนค้ำหัวแม่อยู่อย่างนั้นอีกนานรึเปล่า” คุณนายนากามารุเอ่ยขึ้น นึกขัดใจท่าทีของลูกชายคนโตอยู่มาก ทั้งยังอดสงสารร่างเล็กๆที่สั่งระริกอยู่ข้างกายตนไม่ได้
“แม่ให้คนจัดการเรื่องอาหารให้ผู้หญิงของเจ้าอยู่ด้านโน้น....ตรงนี้สำหรับเพื่อนของฮิโรกิ” นายหญิงแห่งนากามารุเอ่ยขัดขึ้นเมื่อลูกชายคนโตกำลังจะทิ้งตัวลงนั่งตรงที่ว่างอีกด้านของตน ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ยูอิจิต้องการที่จะนั่งเผชิญหน้ากับยามะพี
“ครับ.....” ยูอิจิไม่ได้ขัดอะไร ร่างสูงยอมขยับลุกขึ้นไปนั่งด้านหลังที่ผู้เป็นแม่อ้างว่าจะเตรียมเอาไว้เพื่อ มิจิโกะ ชายหนุ่มรู้ดีว่าแม่ตนนั้นรู้สึกอย่างไรกับหญิงสาวที่เดินอยู่ข้างกายตน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญที่ร่างสูงจะเก็บมาใส่ใจ
เรื่องที่น่าสนใจมากกว่าคือเรื่องที่
นายหญิงแห่งนากามารุจัดเตรียมที่นั่งเอาไว้สำหรับคนนอกทั้งสามคนนั้นมากกว่า
แม่ของเขากำลังต้องการอะไรกันแน่
ไม่นานนักเรียวก็เดินตรงมาที่ห้องอาหาร ทุกคนนั่งเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ร่างหนายอมปล่อยมือออกมามือเล็กนั่นแต่โดยดีเมื่ออีกฝ่ายกระตุกรั้งแขนเบาๆเป็นสัญญาณ เรียวทักทายทุกคนตามมารยาทอันพึงปฏิบัติ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่ตำแหน่งที่คุณนายนากามารุจัดเตรียมเอาไว้สำหรับตน
ภาพทั้งหมดอยู่ภายในสายตาของคุณนายนากามารุ หล่อนพอจะเดาออกสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างลูกชายคนเล็กกับเด็กหนุ่มหน้าดุที่คอยเอาใจใส่อยู่ไม่ห่าง ร่วมไปถึงลูกชายคนรองที่คอยเอาอกเอาใจว่าที่ภรรยาตนอยู่เสมอไม่ต่างกัน จะขาดก็แต่ลูกชายคนโตที่ยังดื้อด้านไม่ยอมรับว่าตัวเองให้ความสนใจกับคนที่นั่งอยู่ข้างกายหล่อนมากแค่ไหน....
ทั้งที่ตั้งแต่เข้ามาที่นี่....
ยูอิจิยังไม่ยอมละสายตาจากยามะพีเลยสักวินาที....
คอยดูกันต่อไปเถอะ....เจ้ายู
....
บรรยากาศการรับประทานอาหารภายในห้องค่อนข้างอบอุ่น เรียวคอยบริการฮฺโรกิไม่ได้ขาด เหมือนๆกับที่จินก็คอยดูแลคาซึยะอยู่ใกล้ๆ ทางด้านยามะพีก็มีนายหญิงแห่งนากามารุเอาใจใส่ดูแลไม่ต่างจากลูกในไส้ นั่นทำให้ยามะพีหลุดยิ้มน่ารักออกมาหลายครา....แน่นอนว่าครั้งนี้คนที่ไม่สบอารมณ์ที่สุดก็เห็นจะเป็นพี่ใหญ่ของบ้าน....ทั้งที่เจ้าตัวก็ได้รับการเอาอกเอาใจจากมิจิโกะคู่ควงของจนไม่ห่าง
“โทโมะลองทานอันนี้สิ คุณนมทำนะ ฝีมือสุดยอดเลย ฮิโระรับประกัน” เจ้าบ้านตัวบางเอ่ยบอกพร้อมตักอาหารในจานส่งให้ด้วยรอยยิ้ม แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายคงจะเคืองตนไม่หาย เกรงอยู่เหมือนกันว่าเพื่อนรักจะไม่รับ แต่สิ่งที่ได้รับกลบทำให้ฮิโรกิอึ้งไปอยู่พักใหญ่ๆ
“คุณนมยูริเหรอ....อืม....อร่อย ขอบคุณนะ” ยามะพีรับมาแต่โดยดี ก่อนจะลงมือทานอย่างตั้งอกตั้งใจ ยอ้มออกมาหน่อยๆเมื่อรับรู้ถึงรสชาติแสนอร่อยนั่น กล่าวขอบคุณสำทับให้อีกครั้ง....ทั้งที่เป็นเพื่อนกันมากว่า 10 ปี ฮิโรกิแทบจะไม่เคยได้ยินและเห็นท่าทางอย่างนี้ของเพื่อนรักเลยสักครั้ง
“คุณ....คุณโทโมะยิ้มน่ารักจัง......” อยู่ๆคาซึยะก็พูดแทรกขึ้นมา เหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกล่าวอะไรออกมาเมื่อสักครู่ ด้วยท่าทางที่ร่างบางรีบยกมือขึ้นมาปิดปากของตนคล้ายกลัวว่าจะโดนดุ
“อืม.....ขอบใจ” ยามะพีได้ยินอย่างนั้น ทั้งยังเห็นท่าทางเกรงๆของน้องชายก็ยิ้มรับพร้อมบอกขอบคุณอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน นึกเสียใจกับสิ่งที่ผ่านมา....สิ่งที่ตนเคยทำไว้กับคาซึยะ.... ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งเสียใจ กับการกระทำของตน ทั้งที่สิ่งที่ตนทำจะเลวร้ายนัก แต่คาซึยะกลับอยู่เคียงข้าง ให้กำลังใจตนอยู่เสมอ....รวมทั้งเหตุการณ์ครั้งนี้
“เอ๋.......” ด้วยท่าทางของยามะพีเมื่อสักครู่ เรียกเสียงร้องอุทานจะคนถึง 3 คน ในเวลาเดียวกัน เพราะแม้กระทั่งเรียวก็ยังอุทานเมื่อเห็นท่าทีอย่างนั้นของพี่ชายเพื่อนรัก ถึงเขาจะนานๆเจอที....แต่ท่าทีอย่างเมื่อคู่ถือได้ว่าเกิดวามคาดหมายจริงๆ
“ผมอิ่มแล้วครับ....ขอตัวก่อน.....เธอก็ด้วยโทโมฮิสะ....” ก่อนที่ใครจะเอ่ยถามถึงท่าทางที่เปลี่ยนไปของยามะพี เสียงทุ้มๆจากปลายโต๊ะก็ดังขึ้น ประโยคท้ายทำเอายามะพีสะดุ้ง ร่างบางพยายามหันไปหาคุณนายนากามารุเพื่อขอความช่วยเหลือ
“ไปเถอะ.....” คุณนายนากามารุพูดเพียงเท่านั้นพร้อมทั้งตบหลังมือยามะพีเบาๆเป็นการให้กำลังใจ หล่อนเองก็อยากรู้เช่นกันว่าลูกชายคนโตของหล่อนนั้นจะแสดงท่าทีอย่างไรกับเหตุการณ์ครั้งนี้...หล่อนอยากรู้เหลือเกินว่าคนมาดเยอะอย่าง ยูอิจิ จะทำอย่างไร....
“ไปกันได้แล้ว....เรื่องมิจิโกะ ฝากฮิโระเป็นธุระให้ด้วยแล้วกัน” ยูอิจิไม่รอให้ร่างบางได้มีโอกาสล่ำลาผู้เป็นแม่ของตนมากนัก แขนเรียวเล็กถูกคว้าไว้พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่ทำให้ยามะพียอมลุกตามไปอย่างเสียไม่ได้ ยูอิจิไม่ลืมที่จะฝากฝังเรื่องของมิจิโกะไว้กับน้องชายคนเล็ก
“โทโมะต้องไปแล้ว เจอกันใหม่นะ....” ยามะพีโค้งให้กับคนอื่นๆด้วยกลัวจะเสียมารยาท เพราะอีกฝ่ายไม่พูดพร่ำทำเพลง เร่งแต่จะลากตนให้ลุกออกจากโต๊ะให้เร็วที่สุด ทั้งยังบีบกระชำข้อมือเล็กนั้นเสียแน่หน้าจนยามะพีนิ่วหน้าน้อยๆ แต่ไม่กล้าร้องขอความช่วยเหลือจากใคร
....
“ดีใจมากนักรึไงที่ได้เจอผู้ชาย” ยูอิจิพูดเสียงดังจนเกือบจะเป็นตะคอกใส่เมื่อคนทั้งคู่เดินเข้ามาภายในเรือนอีกหลัง ร่างสูงยังไม่ยอมปล่อยละจากข้อมือเล็กๆนั่น ภาพที่ร่างบางตรงหน้าหัวเราะร่าเริงกับคนบนโต๊ะอาหารทำให้ชายหนุ่มอยากจะกระชากเอาร่างเล็กๆนั่นให้ห่างออกมาเสียงตั้งแต่เดี๋ยวนั้น ถ้าไม่ติดว่าเขาเกรงใจแม่ คงไม่อดทนรอนานขนาดนี้....
รู้ทั้งรู้ว่าเขามองอยู่ เจ้าเด็กนั่นก็ยังทำเป็นมองไม่เห็น ท่าทางยิ้มแย้มร่าเริ่มที่แทบไม่ได้เห็นเลยตลอดเวลาที่อยู่กับเขา เจ้าเด็กนี่กลับแจกจ่ายให้กับทุกคนบนโต๊ะอาหารได้อย่างไม่นึกหวง...คงจะมีแต่เขาเท่านั้นที่ไม่ได้รับมันจะเด็กคนนี้
to be con part 014
มาลงต่อให้จนจบ part เจ้าค่ะ...แต่แน่นอนว่ายังค้างต่อไป 555+++ เป็นปลื้มจริงๆ เอิ๊กๆ....มีหลายคอมเม้นต์ที่พยายามจะให้ยามะพีกลับมาแก่นเซี้ยวเหมือนเดิม....อืม ดูก่อน....เพราะตามที่พล็อตเอาไว้ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เหอๆ ยังไงถ้าปรับแก้ได้จะแก้เจ้าค่ะ อิอิ
ร่วมโหวตชื่อ Fiction เรื่องใหม่ได้ที่นี่เจ้าค่ะ
http://archifiction.exteen.com/20080826/fic
ส่วน Intro ของเรื่องดูจากที่นี่เจ้าค่ะ
http://archifiction.exteen.com/20080805/new-fic-jinxkame-yuxmap
ขอบคุณทุกท่านเจ้าค่ะ อิอิ
....
อีกเรื่อง....เตรียมพบกับ board archific แบบใหม่ อิอิ ของ exteen มันเปิดเรื่องได้น้อยเจ้าค่ะ ช้อนไม่อยากลบเรื่องเก่า ช้อนเลยพยายามจะเปิดที่ใหม่ ใกล้เป็นรูปเป็นร่างละ แหะๆ คิดว่าไม่นานนักจะเอามาโปรโมทที่นี่เจ้าค่ะ....ละจะปิดที่นี่อย่างถาวร เอิ๊กๆ
อันใหม่นี่เป็น board ปิดเจ้าค่ะ...ยังไงตามไปนะเจ้าคะ
http://archific.19.forumer.com
เจอกันเจ้าค่ะ อิอิ
edit @ 2 Sep 2008 16:18:36 by ararchich